top of page
เคสไอแพดโปร
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนtanapoom kongsilp

เปรียบเทียบ Apple Pencil รุ่น USB-C น่าใช้จริงหรือไม่

Apple Pencil (USB-C)

ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้งาน iPad? เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2023 Apple ได้ทำเซอร์ไพรส์โดยการเปิดตัว Apple Pencil (USB-C) ใหม่ มาในดีไซน์ที่เหมือนกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) แต่จะมาพร้อมกับพอร์ท USB type C ที่มีมาให้บนตัวปากกา และเปิดตัวมาด้วยราคาที่เรียกได้ว่าถูกที่สุดของ Apple Pencil เลยก็ว่าได้ โดยจะเริ่มเปิดขายที่ราคา 3,190 บาท Apple Pencil รุ่นนี้ทำอะไรได้ และ ไม่ได้บ้างถ้าเทียบกับ Apple Pencil รุ่น ก่อนๆ บทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันครับ


Apple Pencil (USB-C) ปากกาไอแพดรุ่นใหม่ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

ดีไซน์ Apple Pencil (USB-C) เปรียบเทียบกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2)

Apple Pencil (USB-C) นั้นจะมีดีไซน์ที่เรียกได้ว่าถอดแบบออกมาจาก Apple Pencil (รุ่นที่ 2) เป๊ะเลยแต่จะใช้วัสดุกันคนละแบบ ที่ตัวของ Apple Pencil (USB-C) นั้นจะเป็นพลาสติกแบบผิวด้าน ไม่ได้เป็นพลาสติกแบบผิวเรียบ เหมือนปากการุ่นที่ 2


เปรียบเทียบ Apple Pencil รุ่นที่ 2 Apple Pencil USB-C ปากกาสำหรับไอแพด

และจะมาพร้อมกับพอร์ท USB type C อยู่ตรงที่ปลายปากกาจะ โดยมีฝาครอบที่สามารถเปิด-ปิดได้ มาครอบไว้ตรงพอร์ท ผู้ใช้งานจะต้องใช้สาย USB-C เพื่อเชื่อมต่อกับ iPad และ ชาร์ตแบตเตอรี่ ซึ่งตัวแพคเกจจะไม่แถมสาย USB-C มาให้แต่สามารถใช้สาย USB-C ที่แถมมากับตัวเครื่องไอแพดได้


Apple Pencil USB-C พอร์ทชาร์จ Type C มีฝาเปิดปิด ใช้งานง่าย

Apple Pencil รุ่นนี้จะมีแถบแม่เหล็กไว้สำหรับติดเข้ากับตัวเครื่อง iPad เหมือนกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) แต่จะไม่สามารถชาร์ตแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อได้ แต่ก็มีข้อดีตรงที่เมื่อติดตัวปากกาเข้ากับเครื่อง iPad แล้ว Apple Pencil รุ่นนี้จะเข้าสู่โหมด Stand by ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ดี


Apple Pencil (USB-C) มีแม่เหล็ก ติดกับตัว iPad ปากกาไอแพด

การใช้งาน Apple Pencil (USB-C) เปลี่ยนเทียบกับ Apple Pencil รุ่นอื่น

หากเปรียบเทียบ Apple Pencil (USB-C) กับ Apple Pencil รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 แล้วก็บอกได้เลยว่าใช้งานได้แทบจะเหมือนกันเลยครับ ทั้งการเขียนที่แม่นยำระดับพิกเซล, การเขียนที่มีดีเลย์ต่ำ หรือ การเอียงเขียนและแรเงา


แต่จะมีจุดที่ต่างกันก็คือ Apple Pencil (USB-C) นั้นไม่มีระบบที่รองรับการเขียนเส้นหนา-บาง ผ่านการลงน้ำหนักการเขียน ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจสายวาดรูปซักหน่อย แต่ก็ใช้งานเพื่อการจดทั่วไปยังทำได้อยู่ตามปกติ


นอกจากนี้ Apple Pencil (USB-C) ก็ยังมีระบบ ยกปลายปากกา หรือ ก็คือจะเห็นตำแหน่งของปากกาก่อนแตะจริง เหมือนกับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) แต่ระบบนี้จะรองรับในเฉพาะ iPad Pro เท่านั้น


Apple Pencil (USB-C) เขียนแม่นยำ ไม่มีดีเลย์ เอียงได้ ใช้แรงเขียนไม่ได้

Apple Pencil (USB-C) รุ่นใหม่นี้รองรับเฉพาะ iPad ที่มาพร้อมกับพอร์ท USB-C เท่านั้น

• iPad (Gen 10)

• iPad Air (Gen 4,5)

• iPad Pro 11 (Gen 1,2,3,4)

• iPad Pro 12.9 (Gen 3,4,5,6)

• iPad mini (Gen 6)


คาดการณ์ว่า Apple ออก Apple Pencil (USB-C) มาเพื่อไว้รองรับกับ iPad รุ่นพื้นฐานที่จะออกในอนาคต และ เป็นการลดข้อเสียของตัว iPad (Gen 10) ที่หากจะใช้งานปากกาจะต้องซื้ออแดปเตอร์เสริมเพราะ iPad (10th Gen) นั้นรองรับแต่ปากกา Apple Pencil รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นหัวชาร์จเป็นแบบ Lighting แต่ตัวเครื่อง iPad ได้เปลี่ยนพอร์ทชาร์ตมาเป็น USB-C แล้ว และ ใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้งาน iPad Air และ iPad Pro ที่ไม่ได้มีการใช้งานปากกาบ่อย และ เน้นไปที่การใช้งานพื้นฐานทั่วไป


ตารางเปรียบเทียบ Apple Pencil แต่ละรุ่น

​คุณสมบัติ Apple Pencil

Apple Pencil

(รุ่นที่ 2)

Apple Pencil

(USB-C)

Apple Pencil

(รุ่นที่ 1)

ความแม่นยำระดับพิกเซล

✔️

✔️

​✔️

ความหน่วงต่ำ ไม่มีดีเลย์

​✔️

​✔️

✔️​

เอียงเขียน และ การแรเงา

​✔️

​✔️

✔️​

คุมเส้นหนา-บาง ผ่านแรงกด

​✔️

✔️​

ยึดติดด้วยแม่เหล็ก

​✔️

​✔️

จับคู่ และ ชาร์ตแบบไร้สาย

✔️

​✕

​✕

ยกปลายปากกาบน iPad Pro

​✔️

✔️

​✕

แตะ 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนเครื่องมือ

​✔️

​✕

#ปากไอแพดเขียนง่าย





ดู 16,624 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page